Pakorn's Blog

Helping you to bring your concepts and ideas to life.

เมื่อพระเจ้า เล่นขำขำกับผม ให้รถไฟฟ้ามาหานะเธอ จริงๆ

ในช่วงปีแรกๆ ของการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า (บีทีเอส)
ระยะนั้น เป็นช่วงที่ผมกำลังอยู่ในภาวะอกหักอย่างรุนแรง
จากการที่ สาวคนรักของผม ไปมีรักใหม่ กับหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวสุดหล่อ
( ที่รู้ว่าหล่อ เพราะเธอส่งรูปมาให้ดู ตอนแรกก็บอกว่าเพื่อน ตอนหลังกลับกลายเป็นอื่น )
ขณะที่กำลังไปเรียน ป.โท ที่อเมริกา

จะไม่ให้อกหักอย่างรุนแรงได้ยังไงครับ คบกันมาเกือบ 10 ปี

หลังจากรู้ว่า คนใหม่ของเธอ ทั้งนิสัยดี หล่อล่ำ รวย ฯลฯ
ก็ได้แต่ทำใจว่า งานนี้ ถ้าจะชิงหัวใจเธอให้กลับคืนมา คงต้องค่อยๆเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
ลองเป็นใคร ได้ไปอยู่ต่างแดน ไกลพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงและคนรัก
คงต้องรู้สึกเหงาเป็นธรรมดา
และความเหงานี่เอง ที่คนใหม่ของเธอใช้เป็นกุญแจผีเปิดประตูห้องหัวใจของเธอ

จากที่อีเมล์คุยถึงกัน เพราะประหยัดที่สุด
ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็น ยกหูโทรศัพท์ โทรไปหาอย่างรีบด่วน
คืนนั้นคืนเดียว เสียค่าโทรศัพท์ต่างประเทศไปเกือบหมื่นบาท
สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ คำยืนยันของเธอที่บอกว่า
" ผมเป็นคนที่เข้ามาในชีวิตของเธอเอง เธอไม่ได้เรียกร้อง "
ให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ผมน่ะ ไปจีบเธอเอง เธอไม่ได้อยากให้ผมมาจีบซะเมื่อไหร่
ณ เวลานี้ เธออยากจะเลือกชีวิตของเธอเอง



ผมก็เพิ่งเข้าใจนะเนี่ย ว่า ผู้ชายคนนึง เมื่อรู้สึกดีๆกับผู้หญิงคนนึง
พอเข้าไปสานสัมพันธ์จากเพื่อน จนเป็นคนรัก
พอถึงเวลาที่ต้องจากกัน ...... กลับกลายเป็นว่า
ก็ช่วยไม่ได้จริงฯ ที่อยากมาชอบฉันก่อน ทำไมล่ะ








หลังจากเรื่องราว ผ่านไปหลายเดือน
ผมเริ่มกลับกลายมาเป็นคนปกติ แต่ก็ยังแอบเหงา และเศร้า ในบางครั้ง
เวลาเห็นใครที่เค้าเดินผ่านมาเป็นคู่ๆ ก็รู้สึก ......

ผมพูดปลอบใจตัวเองในใจคนเดียวว่า
พระเจ้าครับ ....ต่อจากนี้ไป ผมสัญญาว่า ผมจะไม่ไปรักใครก่อนอีกแล้วครับ
ถ้าผมจะมีรักใหม่อีกครั้ง ผมอยากให้ผู้หญิงคนนั้น เข้ามาบอกผมเองว่า เค้าชอบผม

ผมกลัวแล้วครับ ที่จะต้องไปชอบใครก่อน และต้องเป็นฝ่ายเผยความรู้สึกออกไปก่อน
ผมกลายเป็นคนไม่มีค่าอะไรเลย เมื่อถึงวันที่ผมโดนทิ้ง


ถ้าหากผู้หญิงคนนั้นมีจริง และเดินเข้ามาบอกผมว่า เค้าชอบผม
ความรู้สึกที่ว่า ผมไม่มีค่าอะไรเลย มันคงจะจางหายไปบ้าง
และมีกำลังใจ ที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาในชีวิต
และถ้าหากต้องมีวันสุดท้าย ที่จะต้องจากกันอีก ไม่ว่าด้วยเหตุใด
ผมคงจะไม่น้อยใจ และเสียใจมากแบบที่ผ่านมา

แต่ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ก็ไม่เป็นไรครับ
ผมก็ขออยู่คนเดียวมันอย่างนี้นี่ล่ะ


ว่าแต่ว่า สิ่งที่ผมพูดในใจนั้น
มันจะเป็นไปได้เหรอครับ กับผู้ชายอย่างผม
ผู้ชายธรรมด๊า ธรรมดา
พนักงานบริษัทธรรมด๊า ธรรมดา
ไม่หล่อ แต่ไม่ขี้เหร่ ไม่รวยแต่ไม่จน
ไม่มีรถ แต่ก็นั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน ไปเที่ยว นะเออ ....




และแล้ว พระเจ้าก็เล่นขำขำกับผม ให้ผู้หญิงคนนั้นมาหานะนาย จริงๆ .... บนรถไฟฟ้า








ทุกทุกวัน ที่ผมไปทำงาน ผมจะใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งขาไปและขากลับ
ผมจะชอบมาก มันทั้งรวดเร็ว สะดวก สะอาด และปลอดภัย
แต่หลังจากอกหักครั้งนั้น ผมกลับมีความรู้สึกหวาดๆกับรถไฟฟ้า
เพราะอะไรหรือ
ก็เพราะว่า มีอยู่วันนึง แฟน(เก่า)ของผมเค้าเดินทางกลับมาเมืองไทย ตอนปิดภาคเรียน
เค้าแวะเอาของฝากมาให้ผม โดยที่ไม่ได้บอกผมล่วงหน้า
เธอมายืนรอผมบนสถานีรถไฟฟ้า ที่สถานีปลายทางที่ผมไปทำงาน
เมื่อผมได้เห็นเธอ ผมคิดว่า เธอกลับมาแล้ว กลับมาที่เมืองไทยแล้ว
และผมจะไม่ยอมให้เธอกลับไปหาผู้ชายคนนั้นอีก
แต่ทุกอย่าง ไม่เป็นอย่างที่ผมคิด
เธอพูดกับผมเบาๆว่า " นี่ของฝาก ผมคงจะชอบมันนะ " ..... " ดูแลตัวเองดีๆล่ะ "......." ต้องไปละนะ "
ผมรับของจากเธอมา แล้วก็ยิ้ม ก่อนจะขอบคุณ แล้วก็พูดในใจคนเดียวว่า
" อย่ากลับไปอเมริกาอีกเลยนะ อยู่ที่เมืองไทยเถอะ "
แล้วเธอก็เดินขึ้นรถไฟฟ้า จากผมไปอีกครั้ง


ผมเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้ามาคนเดียว
เดินเรื่อยๆ เอื่อยๆ ไปยังที่ทำงาน แบบ งง งง
ซักพักนึง ผมก็ย้อนคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมา
มันเหมือนความฝัน ไม่ใช่สิ ....มันเรื่องจริง ...... เธอ ไปแล้วจริงๆ
สักพักนึงผมก็ปล่อยโฮ ร้องไห้ ออกมาแบบไม่อายสายตาเพื่อนร่วมงาน
น้ำตาไหลแล้วไหลอีก ผ่านไปซักพักก็หยุดไหล อีกซักพักก็ไหลออกมาอีก
เหมือนคนบ้า


หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น
ผมไม่มีความสุขเลยที่ต้องขึ้นรถไฟฟ้ามาทำงาน
ทุกครั้งที่เดินขึ้นสถานี หรือลงสถานี ไม่ว่าที่ไหน
จะรู้สึกหวาดระแวง ไม่อยากจะเจอหน้าใคร
พอขึ้นรถไฟฟ้าปั๊บ ก็จะรีบไปหาที่ยืนตรงประตู
เพื่อที่ว่า ผมจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใคร จะได้มองแต่วิวนอกหน้าต่าง
ซึ่งน่าจะปลอดภัยต่อความรู้สึกของตัวเองที่สุด
ถ้าเลือกได้ ผมไม่อยากขึ้นรถไฟฟ้าอีกแล้ว


และแล้ว เมื่อวันเวลาผ่านไป
ความรู้สึกเริ่มกลับดีขึ้นอีกครั้ง
เหมือนฟ้าหลังฝน
เหมือนดอกไม้เริ่มผลิบาน รับแสงแดดแรก

ผมรู้สึกผ่อนคลายเรื่องการเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากขึ้น
เวลาอยู่บนสถานี หรือในรถไฟฟ้า


วันหนึ่ง บนรถไฟฟ้า ผมเหลือบไปเห็น สาวหมวยหน้าตาน่ารักคนนึง
หน้าตาขาวใส แก้มแดง ปากแดง ผมยาว กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่
คงจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง เกาหลี หรือ ญี่ปุ่นมั้ง
ไม่ใช่คนไทยหรอก สังเกตุได้จากการแต่งตัวที่เก๋ๆเหมือนนักท่องเทียว
มองแล้ว ก็ได้แต่แอบยิ้มในใจ ....... น่ารักดีเนอะ

อีกหลายวันต่อมา บนรถไฟฟ้า
ผมก็ได้พบกับสาวหมวยคนนั้นอีก แต่วันนี้ เธอไม่ได้อ่านหนังสือ
ดังนั้น ถ้าผมจะแอบมองความน่ารักของเธออีก ก็คงต้องแอบๆหน่อย


เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
ผมได้เจอเธอคนนั้นบ่อยมากบนรถไฟฟ้า จนผมแอบคิดเล่นๆสนุกๆในใจคนเดียว
ว่า ถ้าเกิดบุพเพเล่นตลกขึ้นมา ให้ผมได้รู้จักกับเธอคนนั้นขึ้นมา เรื่องราวจะเป็นอย่างไร
แต่ก็ช่างมันเถอะ แอบมองเฉยๆคนเดียวอย่างนี้ก็มีความสุขดีแล้ว
อย่าคิดไปหาเรื่องให้ใจเป็นทุกข์เลย
จำไม่ได้เหรอ ว่าในวันที่เรากลายเป็นคนไม่มีค่าเลยนั้นเป็นอย่างไร


และแล้ว วันแห่งความรัก
วันที่ดอกกุหลาบมีราคาแพงมากมาย มาเยือนอีกครั้ง
ขณะที่อยู่บนรถไฟฟ้า ผมก็เหลือบมองผู้คนไปทั่ว
เห็นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ .....
สติ๊กเกอร์รูปหัวใจสีแดง ติดอยู่บนปกเสื้อนักเรียนของสาวน้อย
ผู้ชายตัวเล็กๆ กำลังหอบช่อกุหลาบใหญ่ๆ แบบมั่นสุดๆ
สาวออฟฟิตอุ้มตุ๊กตาหมีไปที่ทำงาน
ช่างเป็นเช้าวันทำงานที่สดใสมีชีวิตชีวาจริงๆ


ระหว่างที่ผมกำลังแอบอมยิ้มในใจอยู่นั้น
ก็รู้สึกได้ว่า มีใครบางคนเอานิ้วมาสะกิดเรียกผม
ผมหันไปมอง แล้วก็พบว่า
คนที่สะกิดผม ก็คือ สาวหมวยหน้าตาน่ารักที่ผมแอบมองคนนั้นนั่งเอง

ความคิดแรกที่พลันเข้ามาในหัวสมอง
ตายละหว่า เค้าคงรู้ตัวแน่ๆเลย ว่าเราแอบมองเค้าประจำ
เค้าคงไม่ชอบขี้หน้าเราแน่ๆเลย

ความคิดต่อมา
ให้ตายเถอะ สายตาหลายคู่เลย กำลังมองมาที่ตรู
กำลังสนใจเรื่องของตรู .........อาย นะ

หลังจากตั้งสติได้
ก็เลยถามว่า มีอะไรเหรอครับ
เธอก้ยิ้มให้ แล้วก็บอกว่า สวัสดีค่ะ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
แล้วก็ยื่นเศษกระดาษ พร้อมกับตัวเลขอีก 9 ตัว
จากนั้น เธอก็รีบเดินออกจากรถไฟฟ้าทันทีที่ประตูรถเปิด
แล้วบรรดาผู้คนรอบข้างผม ก้พากันมองหน้าผม แล้วก็ยิ้มๆ


พอผมมาถึงที่ทำงาน ก็ยัง งง งง กับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา
ผมพยายามนึกถึงผู้คนรอบข้างผมบนรถไฟฟ้า
ว่ามีใครที่ผมรู้จักรึเปล่า เพราะผมคิดว่า อาจมีเพื่อนผม
มาแกล้งอำผมในวันแห่งความรักนี้ก็เป็นได้
ที่สำคัญ ตอนนี้ ผมรู้แล้ว อาหมวยนางนั้น เป็นคนไทย พูดไทยได้
ไม่ใช่สาวต่างชาติแต่อย่างไร


ถ้าเป็นคุณ
คุณจะสนใจตัวเลข 9 ตัวนั้นมั๊ยครับ
แน่นนอน คงไม่มีหญิงสาวคนไหนมาใบ้หวยให้ผู้ชายในเช้าวันแห่งความรักหรอก

ผมลองโทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่ได้มา
แน่นอน มีคนรับสาย แต่ผมไม่รู้ว่า เธอชื่ออะไร
เพราะในกระดาษนั้น มีแต่ตัวเลข

ผมได้เล่าที่มาของเบอร์นี้ให้เธอฟัง
เธอบอกว่า ไม่ผิดเบอร์หรอก เธอเป็นคนเขียนให้ผมเอง
ต้องขอโทษผมด้วยที่ทำให้ผมตกใจ
แต่ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก ไม่ได้มีใครแกล้งอำใครทั้งนั้น
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เธอได้คิดมาอย่างดีแล้ว ว่าวันนี้ เป็นวันที่เหมาะสมที่สุด ที่เธอจะได้รู้จักผม
ไม่ใช่เพราะว่าวันนี้ เป็นวันแห่งความรัก
หากแต่วันนี้ เป็น วันเกิดของเธอ
ถ้าหากเราไม่รู้จักกันในวันนี้
ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม เพราะเธอกำลังจะย้ายที่ทำงาน


พระเจ้าได้เล่นขำขำ กับผมจริงๆ

เธอทำงานอยู่ใกล้ๆที่ทำงานผมนั่นล่ะ .... ผมไม่เคยรู้ แต่เธอรู้
เธอลงสถานีรถไฟฟ้าเดียวกันกับผม .... ผมไม่เคยรู้ แต่เธอรู้
เธอเลือกโบกี้รถไฟคันกลาง โบกี้ที่ผมขึ้นประจำ .... ผมไม่เคยรู้ แต่เธอรู้
เพื่อให้ได้เจอผม

GOD GOD GOD


ผมได้เจอกับหญิงสาวคนนั้นจริงๆ ผมไม่อยากจะเชื่อ






ไม่นานนัก ผมและเธอก็ได้เป็นคนสนิทกัน เป็นคนที่รู้ใจกัน
อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ ผมและเธอ ไม่ได้เป็นคนรู้ใจกันอย่างเคยแล้ว
เพราะต่างคน ต่างมีเส้นทางเดินชีวิตของตัวเอง

ทุกวันนี้ ผมและเธอ ก็ยังสนิทกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง
แม้จะไม่ค่อยได้คุยกันบ่อยๆ

มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมรู้สึกคาใจมาตลอด ก็คือ
หลายๆปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยชวนเธอไปดูหนังเลยซักเรื่อง
ด้วยเหตุผลหลายอย่าง



ไม่กี่วันมานี้ ผมอดไม่ได้ กับความรู้สึกคาใจของผม
มันถึงเวลาแล้วล่ะ ที่ผมและเธอ จะได้เข้าโรงหนังไปดูหนังกันซักที

" ไปดูหนังกันมั๊ย "
" เรื่องอะไรล่ะ "
" อยากดูเรื่องอะไรล่ะ ( แกล้งโง่) "
" ชอบดูหนังผีอะ ...ไปดู ห้าแพร่ง กัน "
" จะบ้าเหรอ "
" ถ้างั้นจะดูเรื่องอะไรล่ะ "
" ไม่รู้จริงๆเหรอ ว่าอยากชวนดูเรื่องอะไร "
" ไม่รู้จริงๆ "



" รถไฟฟ้ามาหานะเธอ "



ที่มา: Pantip

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ
    Said

    เรื่องจริงหรือครับเนี่ย ?

    ไม่น่าเชื่อเลยนะครับเนี่ย

    ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ ยินดีด้วยมากๆครับ อยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง..

    08 พฤศจิกายน, 2552 00:04
  2. Pakorn T.
    Said

    #ดราม่า อย่างนึงครับ : ))

    08 พฤศจิกายน, 2552 00:44

แสดงความคิดเห็น

 
Related Posts with Thumbnails